HOME | ทดสอบอุปกรณ์ |  บทความ |  การถ่ายภาพ | การแต่งภาพ | เว็บบอร์ด | แกลลอรี่ | สุดยอดแกลลอรี่ | ราคากล้อง | ร้านกล้อง | ติดต่อเรา  
 
 กล้องดิจิตอล กล้องดิจิตอล บอร์ด 1 บอร์ดสนทนา
  กระทู้นี้มีผู้อ่านไปแล้ว 761 ครั้ง
 
" การวัดแสงเบื้องต้น "  

 


ที่จริงไปหาอ่านตามห้องต่างๆก็ได้นะครับ มีสอนแบบละเอียดเลย
แต่เมื่ออยู่ในสังคม KD ก็เขียนให้แบบเคดีละกัน
ออกตัวก่อนนะครับว่านี่เป็นบทความจากประสบการณ์ อย่านำไปใช้ในการอ้างอิงแบบ 100% นะครับ
ขออภัย นะครับที่มาเปิดกระทู้ใหม่พอดีช่วงนี้มีปัญหาเรื่องสายตากับจอคอมพ์ เลยไม่ค่อยได้เข้า เข้ามาก็อยู่ได้แป๊ปเดียวมองนานๆแล้วมันแสบตา พอดีพึ่งเห็นกระทู้ข้างล่างก็ดีครับ ความคิดหลากหลายดี แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดสอนหรือทำ เวิร์คชอบหลอก แค่มีเวลามาออกทริปกันก็คงจะแนะนำให้ได้ เพราะว่าไม่มีใครเป็นอาจายร์มาจากไหนก็ศึกษาตามตำรามาแบบงูๆปลาๆครับ
สำหรับผมมองว่าเรื่องวัดแสงไม่ใช่เรื่องน่าซีเรียส สำหรับยุคดิจิตอลนะครับ มันจำเป็นกับระบบฟิล์มสไลด์มากกว่า เราแค่รู้ที่มาที่ไปแล้วนำไปใช้ให้ถูกทางก็พอครับ
เริ่มบทที่ 1
การวัดแสงก็คือการ วัดปริมาณของแสงที่ตกกระทบบนพื้นโลก(อ้าวเว่อร์ อิอิ) พูดง่ายๆก็คือให้เราดูปริมาณของแสงที่ตกกระทบต่อสิ่งต่างๆ ครับเช่น คนใต้ร่มเงาไม้ กับวิวฉากหลังที่โดนแดด เพราะว่ากล้องไม่สามารถที่จะบันทึกค่าแสงที่แตกต่างกันเกินหลายๆสตอปได้เหมือนตาคนครับ
ส่วนค่า EV ( Exposure Value ) คือค่าที่สากลเค้าใช้กำกับปริมาณของแสงครับ เสียดายหนังสือที่ผมใช้ศึกษาถูกข้างบ้านยืมแล้วยึดไปแล้ว ถ้าจำไม่ผิด จะมีค่าอยู่ที่-5 EV ไปจนถึง +21EV โดยยกตัวอย่างนะครับ F=2.8 S=1/125 ที่ ISO 100 จะได้ค่า EV=10
แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็น F=4 จะได้ S=1/60 ยังคงได้ค่า EV=10เหมือนเดิม
เค้าจะตีเป็นตารางเลยครับ บางคนจำเก่งๆ พอบอกค่า EV ไปเค้าสามารถปรับ ช่องรับแสงและสปีดชัตเตอร์ได้เลย นี่คือค่าสากลนะครับ (ไม่มีโดดไปๆมาครับ)
เพียงแต่มันไม่สะดวกที่ต้องมานั่งท่องจำครับ อ่านผ่านๆไปก็พอครับ
เพราะงั้นสรุปว่าการวัดแสงก็คือเราจะเอาค่าปริมาณของแสง ณ.ที่ตรงนั้นถ่ายภาพครับ
เดี๋ยวต่อบทที่สองครับ พิมพ์ยาวๆแล้วงง อย่าพึ่งขัดนะครับ
 

 

  tuttoo  
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 14:30   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 1    

บทที่ 2 การชดเชยแสง
เรามาทำความเข้าใจกับระบบ วัดแสงของกล้องกันก่อนครับ กล้องแทบจะทุกตัวบนโลกถูกสร้างมาให้มองเห็นแค่สีแค่สามสีครับ คือ ขาว เทา ดำ (มันตาบอดสีว่างั้นเถอะ) ยกเว้นกล้องรุ่นใหม่ๆ เช่น นิคอน ดี300 ที่บอกว่าวัดแสงและสีได้ สมัยฟิล์มก็เคยมี นิคอน F 5 ที่บอกว่ามีฐานข้อมูลของสีอยู่ในกล้อง 50,000 ข้อมูล พูดง่ายๆก็คือมันวัดแสงและสีได้ แต่ในทางปฎิบัติ ก็ยังต้องคงค่าสีเทากลาง 18% อยู่ดี
และไม่ว่ากล้องจะถูกจะแพง มันก็คงยังอ่านค่าจากสีเทากลาง 18% อยู่ดี
การชดเชยแสงในที่นี้กล่าวคือ สมมุติยกตัวอย่างนะครับ
เราวางกระดาษ สีขาว สีดำ และสีเทา และให้เราเอากล้องไปวัดแสงที่กระดาษสีขาว ได้ค่ามา(สมมุติ) F 5.6 1/500s ISO 100
หันไปวัดที่สีดำ ได้ค่ามา F 5.6 1/30s ISO100 และหันไปที่สีเทา เราก็ได้ค่ามาเป็น F5.6 1/125s ISO100
สังเกตุนะครับว่าค่าแสงแต่ละสีไม่เท่ากัน ถ้าเราเอาค่าตามที่กล้องวัดได้ถ่าย เราจะได้ภาพที่เป็นสีเทาทั้งหมด
แต่ถ้าเราจะเอาสีจริง เราต้องใช้ค่าที่วัดจากสีเทาถ่ายเราจะไดกระดาษที่เป็นสีขาว และสีดำ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะว่าเซลวัดแสงของกล้องจะอ่านค่าแสงที่สะท้อนออกจากวัตถุ (ไม่เหมือนเครื่องวัดแสงที่วัดแสงตกกระทบ เพราะงั้นมันจึงแม่นมาก) แล้ววัตถุที่มีความสว่างก็จะสะท้อนแสงได้มากกว่าวัตถุที่มีความมืด อันนี้เรียกชดเชยแสง
แต่ในทางปฎิบัติ บนโลกนี้มีสีเป็นล้านๆสี เราจึงต้องมาจดจำและสังเกตุ ว่าวัตถุใดให้แสงสะท้อนใกล้เคียงสีเทากลางมากที่สุด ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้บนหน้าเน็ทกับเวลาที่จำกัด
เดี๋ยวมาต่อบทที่สามครับ
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 14:45   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 2    

ตามมาเอาความรู้ครับพี่ตู่..
เดียวไปโกรกไปเอาอีกนะพี่...
 
 
  tugg1129   ส่งอีเมล์
    (no music_no photography_no life)..http://tugg1129.multiply.com/
    วันที่ : 05-09-2551 14:47   Point = 797
 
  ความคิดเห็นที่ : 3    

ระบบวัดแสงของกล้อง
หลักใหญ่ก็มีแค่สาม
เริ่มในยุดแมนนวล ก็คือเฉลี่ยหนักกลาง กล่าวคือกล้องมันจะคำนวนเอากลางภาพคือพื้นที่ 75%เป็นหลัก หรือบางรุ่นก็เอา 60%โดยรอบๆไม่สนเพราะงั้นเวลาวัดก็จะหันกล้องไปตรงกลางหรือซูมแน่นๆ ไม่ให้เห็นพื้นที่โดยรอบๆ
เฉลี่ยหลายใจ ..เอ๊ยหลายส่วน
กล้องปัจจุบันใช้กันหมดแล้ว อาจจะเรียกแบ่งพื้นที่ 50 ส่วนอะไรก็ตามแต่ แต่หลักการณ์เดียวกัน โดยใช้ฐานข้อมูลและสมองกลในกล้องช่วยคำนวนให้
เฉพาะจุด เริ่มมามีในยุคหลังๆ
โดยการคำนวนเฉพาะจุดลงไปเลย โดยใช้พื้นที่ในช่องมองแค่ 3% หรืออาจจะน้อยกว่านี้ แต่เเคนนอนรุ่นเล็กๆ ใช้ได้แค่ 9%
แล้วเราจะใช้ระบบไหนวัดแสง ก็ถ้าเราถ่ายตามแสงกับภาพวิวทั่วๆไป ระบบ เฉลี่ยหลายส่วนนี้เหมาะที่สุดแล้วครับ
เฉลี่ยหนักกลางแทบจะไม่มีความจำเป็นในยุคนี้ครับ
ส่วนเฉพาะจุดนั้นเราต้องเน้าครับ เช่นสิ่งนั้นมีขนาดเล็กๆ ในเฟรมและเราต้องการจุดนั้นเป็นจุดเด่น แต้องมีความเข้าใจเรื่องของค่าสีที่ใกล้เคียงสีเทากลางบ้าง
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 14:59   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 4    

โหมดการถ่ายภาพ
ทุกโหมด ก็ให้ค่าเดียวกันครับ
กล้องถูกสร้างมาจากระบบแมนนวลครับ เราต้องปรับเองหมด จนมาถึงปัจจุบัน ระบบออโต้ ก็เข้ามามีบทบาทและช่วยให้งานของช่างภาพได้สะดวกขึ้น โดยยึดหลักและคิดค้นจากข้อมูลของช่างภาพเอง เพราะงั้นถ้าทุกคนมีพื้นฐานเรื่องการถ่ายภาพเบื้องต้นบ้างก็จะเข้าใจเองว่า ในสถานการณ์ไหนจะใช้โหมดไหน
แต่ถ้าจะพูดถึงการชดเชยแสงกับโหมดถ่ายภาพ โดยส่วนใหญ่ในระบบ ออโต้ทั้งหลายรวมทั้ง A และ S จะปรับได้ไม่เกิน +/-3 สตอป ส่วนใหญ่ +/- 2 แต่ถ้าจะเอามากกว่านี้ก็ต้องไปโหมด M
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 15:07   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 5    

แสบตาและเคืองตาแล้ว ขอพักก่อนนะ เดี๋ยวจะมาเพิ่มให้ที่หลัง หรือไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามมานะครับ บางทีการพิมพ์มันก็ลำบากสำหรับผมครับ
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 15:09   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 6    

ได้ความรู้ไปอีกเยอะเลยครับคุณตู่ เป็นผลดีกับทุกท่านที่ยังไม่ทราบนะครับ จะได้นำไปใช้อย่างถูกต้องครับ เพราะบางคนยังถ่ายโดยไม่รู้ก็มีนะคับ ดีมากๆครับคุณตู่ ...
 
 
  BOON   ส่งอีเมล์
    มีความสุขเสมอเมื่อได้ถ่าย...ฯ
    วันที่ : 05-09-2551 15:17   Point = 4759
 
  ความคิดเห็นที่ : 7    

สุดยอดไปเลยครับพี่ท่าน..
 
 
  Metallica   ส่งอีเมล์
    จงฉลาดพอที่จะรู้ว่า " เ ร า ไ ม่ ไ ด้ รู้ ทุ ก สิ่ ง "
    วันที่ : 05-09-2551 15:25   Point = 599
 
  ความคิดเห็นที่ : 8    

กราบพี่ตู่งามๆเลย จุ๊ฟๆๆๆๆ
สำหรับผม เรื่อววัดแสงในการถ่ายภาพปกติไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหรคับ ถึงชั่วโมงบินจะน้อย แต่ก็พอจะได้เจอกับหลายสภาพการอยู่บ้าง แต่มีข้อสงสัยครับ
เรื่องของสีที่เราใช้อ้างอิงให้เป็นสีเทากลางอ่ะครับ ในสถานการณ์ทั่วไปเรา ไม่มีกระดาษขาวเท่าให้วัด และผมต้องการภาพขาวดำสักภาพ โดยที่เรื่องจริงมันเป็นสีอ่ะครับ เราจะมีวิธีการดูแสง ยังไงดีครับพี่
ก่อนหน้านี้เคยมีกระทู้ของพี่ช้างผมจำได้ ผมก็ยัง งงๆ อยู่อ่ะครับ เวลาถ่ายในโหมดที่ปรับกล้องให้ไฟล์ออกมาเป็นขาวดำเลยนะครับ แสงที่ได้มักไม่ค่อยถูกใจเท่าไหรอ่ะครับพี่

ปล.ผมคงไม่ถามอะไรไร้สาระช่ายรึป่าวครับพี่ตู่.....
 
 
  gotchi   ส่งอีเมล์
    แก้วจังคุง http://gotchibravo.multiply.com
    วันที่ : 05-09-2551 15:32   Point = 5492
 
  ความคิดเห็นที่ : 9    

ได้ความรู้มากขึ้นอีกเยอะเลยครับพี่ตู่
ขอบคุณครับ

ปล. ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดูแลสุขภาพดวงตา และสุขภาพกายด้วยนะครับพี่
จากตู่
 
 
  bugtoo   ส่งอีเมล์
    ..ทำไปตามความรู้สึก..
    วันที่ : 05-09-2551 15:38   Point = 4333
 
  ความคิดเห็นที่ : 10    

ลืมไปอีกข้อ ก็คือการล็อคค่าแสงครับ
การล็อคค่าแสงก็คือการที่เรายืนยันจะเอาค่านี้ถ่ายครับ ยกตัวอย่างครับ ถ้าด้านซ้ายมีแดด แต่ด้านขวามีร่มเงา ค่าแสงไม่เท่ากันถ้าเราหันกล้องไปมา กล้องก็จะวัดแสงใหม่ทุกครั้ง ในโหมดออโต้ทุกโหมด จะมีปุ่มไว้ให้เราล็อคค่าแสงครับ คือพอหันกล้องไปขวาแล้วก็กดปุ่มค้างไว้แล้วค่อยหันมาทางซ้ายกล้องจะล็อคค่าแสงด้านที่เราวัดไว้ครับ สังเกตุดูที่บาร์สเกลจะวิ่งขึ้นไปครับเพื่อเตือนเราว่าค่าแสงมันไม่ใช่
ส่วนโหมดเอ็มไม่ต้องล็อคครับ เพราะเราเป็นคนเลือกแล้วว่าจะใช้ค่านี้ ก็ได้แต่เตือนว่าค่าแสงมันไม่ใช่ครับ
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 15:39   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 11    

เกาะจอตามมาเรียนด้วยคนครับพี่ตู่
 
 
  แตออ@S9600@   ส่งอีเมล์
    YOU WILL NEVER PHOTOGRAPH ALONE<<http://teaoor.multiply.com>>
    วันที่ : 05-09-2551 15:39   Point = 6902
 
  ความคิดเห็นที่ : 12    

แก้วครับ ไม่ไร้สาระแต่มันคนละประเด็นครับ
กล้องถูกสร้างมาจากขาวดำครับ เพราะงั้นเราต้องเอาเทากลางมาเทียบกับสีครับ ไม่ใช่เอาสีไปเทียบเทากลาง งงมั๊ย
คือขาวดำพี่ก็ไม่มีความรู้ครับ แต่พอเข้าใจที่แก้วถาม ขอตอบว่า แก้วต้องมองภาพตรงหน้าให้ออกครับ โดยการดูภาพขาวดำเยอะๆ เช่น กุหลาบสีแดง ใบไม้สีเขียว พอถ่ายออกมาเป็นขาวดำแล้ว มันเป็นยังไง ไม่ใช่เอาสีไปเทียบครับ
ยกตัวอย่างนะครับ กุหลาบสีแดง ใบไม้สีเขียว ถ้าเป็นภาพสีมันตัดกันดีเพราะเป็น วรรณะเย็นกับร้อน แต่พอเป็นขาว-ดำแล้วมันกลืนๆกันเพราะมันจะออกเทาๆ เทาเข้ม เค้าจึงต้องแก้ด้วยฟิลเตอร์สีแดง หรือสีเขียวอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
ส่วนค่าสีที่เค้าให้เทียบกับเทากลาง ก็มีใบไม้เขียวกลางๆ ผิวของชายไทยส่วนใหญ่ ท้องฟ้าในมุมตามแสงในหน้าหนาว หรือพวกสีน้ำตาลทั่วๆไป
ส่วนสีเหลือง สีสว่างๆ ถูกจัดให้อยู่ในโอเว่อร์ 1.5-2 สตอปครับ
และถ้าเป็นสีมืดๆเช่น ม่วงเข้ม น้ำเงินเข้ม แดงเลือดหมู ถูกจัดให้อยู่ในจำพวกแสงอันเดอร์ 1-2 สตอป
เราก็จะเอาค่านี้ไปใช้อ้างอิงในสีต่างๆครับ
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 05-09-2551 15:50   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 13    

เยี่ยมเลยครับพี่ ขอบคุณมากๆเลยครับ ง่ายๆ ชัดๆ ตรงครับ จุ๊ฟๆๆๆ
 
 
  gotchi   ส่งอีเมล์
    แก้วจังคุง http://gotchibravo.multiply.com
    วันที่ : 05-09-2551 16:03   Point = 5492
 
  ความคิดเห็นที่ : 14    

นอกจากการวัดแสงแล้ว...ต้องไปวัดสายตาด้วยมั้ยพี่ อิอิ..
ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ จากประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในหนังสือและตำราเรียน
ปล. รักษาสุขภาพด้วยนะพี่
 
 
  Mitr.k   ส่งอีเมล์
    ถ้าหัวใจไม่จดจ่อ สายตาไม่จดจ้อง สมองก็ไม่จดจำ
    วันที่ : 05-09-2551 18:12   Point = 4994
 
  ความคิดเห็นที่ : 15    

สายตามีปัญหาเหมือนกันเลยครับพี่ ยังไงก็ให้พี่ตุ่หายไวๆครับ
 
 
  No_perfect_maN   ส่งอีเมล์
    +++ ดอง จัง กู +++
    วันที่ : 05-09-2551 18:21   Point = 12535
 
  ความคิดเห็นที่ : 16    

เยี่ยมเลยครับ มารับความรู้ด้วยคน ขอบคุณครับพี่ตู่
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ : 17    

เนียนมากครับพี่ตู่ ละเอียดดีทีเดียว
เหอๆ หลายคนจะได้ clear เรื่องการวัดแสงกันครับ
ซึ่ง อย่างที่พี่บอกแหละ ยุค digital มันแทบไม่จำเป็นแล้ว
แต่วัดเป็นไว้ก็ดี

ฝากไว้อีกอย่างครับ ถ้าอยากรู้ว่าถ่ายมาแล้ว under หรือ over ไป ก็ดู histogram นะครับเพื่อนๆ

ปล.ใครสงสัยถามมาครับ เด๋วพี่ตู่ตอบไห้
 
 
  makubex   ส่งอีเมล์
    อย่าไห้กล้องของคุณเป็นเพียงเครื่องถ่ายเอกสาร http://xmakubex.multiply.com
    วันที่ : 05-09-2551 20:29   Point = 2447
 
  ความคิดเห็นที่ : 18    

สวัสดีครับพี่ตู่ เดี่ยวค่อยๆเข้ามาอ่านทบทวนเก็บความรู้ครับ
 
 
  watrider7   ส่งอีเมล์
    ถ่ายไปถ่ายมาเอ๊ะ ชักมันส์ 5555
    วันที่ : 05-09-2551 20:50   Point = 4727
 
  ความคิดเห็นที่ : 19    

..คิดถึง..และขอบคุณสำหรับความรู้ครับ..รบกวนช่วยแนะนำ เลนส์ มาโคร 1:1 ใช้กับ D60.ให้ผมทีเถอะครับ..ขอบคุณและ ถนอมตัวนะครับ..
 
 
  ptsnui   ส่งอีเมล์
    ..ขอบคุณมากๆครับ...ที่ทำกล้องมาขาย..
    วันที่ : 05-09-2551 21:25   Point = 19002
 
  ความคิดเห็นที่ : 20    

---มาจด มาจำ มาทำ มาใช้ ความรุวิชาของพี่ตู่ค๊าบ---
---หายไวๆน่ะค๊าบ---
 
 
  MK   ส่งอีเมล์
    __ภาพที่ชอบ..ไม่จำเป็นต้องสวย__
    วันที่ : 05-09-2551 21:38   Point = 2660
 
  ความคิดเห็นที่ : 21    

ผมก็เพิ่งรู้ เรื่องภาพขาวดำกับเรื่องวัดแสงตอนอ่านที่พี่ตู่ว่ามา
ละเอียดมากครับ สุดยอดๆ
 
 
  Hopeless   ส่งอีเมล์
    http://sleepalone.multiply.com
    วันที่ : 05-09-2551 23:20   Point = 1777
 
  ความคิดเห็นที่ : 22    

ขอบคุณครับเฮียตู่.. ได้ทบทวนความรู้ไปด้วยคนอะนะ บางอย่างก็ลืมไปแล้ว...มีประโยชน์จิง จริ๊ง ขอบคุณ + คิดถึง
 
 
  momo   ส่งอีเมล์
    เฮียหมู...บางรัก
    วันที่ : 05-09-2551 23:27   Point = 2366
 
  ความคิดเห็นที่ : 23    

สุดยอดเลยที่ตู๋สุดหล่อของน้องๆ ขยันจริงๆ
 
 
  TigerBabe   ส่งอีเมล์
    ชมผลงานต่อได้ที่ http://tigerphoto.multiply.com
    วันที่ : 05-09-2551 23:54   Point = 9957
 
  ความคิดเห็นที่ : 24    

ขอบคุณค่ะ พี่ตู่ ได้ความรู้เพิ่มอีกละเรา
 
 
  noo.aon   ส่งอีเมล์
    ซักวันต้องเป็นโปร อิอิ..http://.kawalee183.multiply.com
    วันที่ : 06-09-2551 0:13   Point = 226
 
  ความคิดเห็นที่ : 25    

หวัดีครับพี่ตู่...
ผมมองต่างออกไปนะครับเรื่องยุคดิจิตอลแล้วเรื่องวัดแสงกลายเป็นไม่จำเป็นไปหน่ะครับ...
อันนี้ผมไม่เห็นด้วยครับพี่...
 
 
  ayachi   ส่งอีเมล์
    fookphoto.multiply.com
    วันที่ : 06-09-2551 0:20   Point = 4548
 
  ความคิดเห็นที่ : 26    

หวัดดีครับทุกคน
และหวัดดีครับฟลุก พี่ไม่ได้คิดถึงขนาดว่าไม่จำเป็นครับ แต่เพียงไม่อยากให้ซีเรียสกับมันมากเกินไป ในสมัยนึงพี่เคยพกกระดาษเทากลางติดตัวตลอด เพื่อวัดแสง แต่พอเวลาผ่านไปเราก็รู้สึกว่าเรากังวลกับมันมากเกินไปจนความสุขในการถ่ายภาพมันหาย พี่ถึงบอกให้ศึกษาไว้บ้างแต่ไม่จำเป็นต้องมาเอาเป็นเอาตายในยุคดิจิตอล เพราะเพียงแค่เรากดชัตเตอร์เราก็มองดูจากจอ แอล ซี ดี ได้แล้ว เพียงแต่ถ้าเรามีความเข้าใจเบื้องต้นเราก็จะเลือกชดเชยแสงได้ก่อนแค่นั้นเอง
หรือว่าถ้าเราเข้าใจเรื่องค่าของแสง เราก็เลือกที่จะถ่าย หรือใช้เทคนิคกับสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างกันมากๆ ได้
วันนึงฟลุกจะเข้าใจที่พีบอก พี่บอกในฐานะของคนถ่ายภาพครับ
 
 
  tuttoo   ส่งอีเมล์
    การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด
    วันที่ : 06-09-2551 0:39   Point = 20773
 
  ความคิดเห็นที่ : 27    

ครับพี่...
ผมอาจจะตีความที่พี่เขียนผิดพลาดไปครับ
ยังไงขอโทษด้วยนะครับ

แต่ตอนนี้งานผมแทบแยกเป็นสองส่วนเลยครับ
งานส่วนนึงเป็นงานที่การวัดแสงและการควบคุมแสงเป็นเรื่องจำเป็นมาก...ถึงขั้นสามารถสั่งแสงได้กันเลยทีเดียว

ส่วนงานอีกอย่างกลับเป็นงานที่การวัดแสงแทบไม่มีผลกับงานเลยด้วยซ้ำ...แต่ถึงยังไงพื้นฐานการวัดแสงก็ยังจำเป็นนะครับ

ผมเลยยังรู้สึกว่าถึงเป็นยุคดิจิยังไง...การวัดแสงก็ยังเป็นเรื่องที่จำเป็นครับพี่
เพราะมันเป็นพื้นที่จะให้เราต่อยอดไปได้อย่างดี

คือตอนนี้สิ่งที่ผมอยากทำ...ไม่ได้เป็นการถ่ายรูปเพื่อเป็นงานอดิเรกแล้วด้วยมั๊งครับพี่...ยิ่งลงลึกไปเท่าไหร่กลับเป็นว่าเจออะไรที่เราไม่รู้อีกมาก...
ศาสตร์บางศาสตร์ที่ไปเจอ...คนส่วนใหญ่ยังไม่เคยรู้เลยว่ามันมี (ตัวผมเองก็เพิ่งรู้ว่ามันมี)...
ผมถึงรู้สึกว่า...พื้นฐานแม้เล็กน้อยก็เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่ต้องการต่อยอดพัฒนาต่อไปครับ
 
 
  ayachi   ส่งอีเมล์
    fookphoto.multiply.com
    วันที่ : 06-09-2551 2:51   Point = 4548
 
  ความคิดเห็นที่ : 28    

ผมว่าสำหรับการพัฒนาในยุค digital แล้ว
การวัดแสงอย่างเซียน ไม่ได้ช่วยไห้ภาพสวยขึ้นมากมาย
จากการชดเชยแสงครับ

การพัฒนาตัวเองนั้น ผมมองว่า มันเหนือกว่าการวัดแสงมากนัก
การวัดแสงเป็นเพียงสะพานอันหนึ่ง ที่เราต้องเดินผ่านมันทุกครั้ง
ที่ถ่ายรูป เพียงแต่เราจะเสียเวลาพินิจกับสะพานอันนี้กี่มากน้อย
เราก็ต้องผ่านมันเช่นกัน

สำหรับการพัฒนาการถ่ายภาพนั้น ไม่ใช่แค่แสงออกมาถูกต้อง ตรงเป๊ะ 100% แต่มันขึ้นอยู่กับว่า ภาพที่คุณถ่ายนั้น
บ่งบอกเรื่องราวได้แค่ไหน

ไม่ใช่แค่แสงสวย ไม่ใช่แค่นางแบบสวย แต่มันต้องบ่งบอกได้และทำไห้อยากมองต่อ มองเมื่อไหร่ก็เข้าใจ มองเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อ นั่นแหละครับ ภาพที่ดี

ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าการวัดแสงไม่สำคัญ basic ทุกอย่างสำคัญ
เพียงแต่เราจะเสียเวลาพินิจกับ